Access Denied
Access Denied

The site owner may have set restrictions that prevent you from accessing the site. Please contact the site owner for access.

Protected by 
MIDA Logo  MIDA
ไปที่เนื้อหาโดยตรง
  • Urlaub vom 27.05 - 07.06
  • 20 % Rabatt auf alle Bestellungen
Khaeng Kiao Wan - das grüne Curry Thailands! - Yak Thai Khaeng Kiao Wan - das grüne Curry Thailands! - Yak Thai

แกงเขียวหวาน - แกงเขียวหวานของไทย!

แกงเขียวหวาน เป็นอาหารไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสีเขียวสดใสและรสชาติที่โดดเด่น แกงนี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของพริกเขียวสด สมุนไพรหอม และกะทิเข้มข้น ซึ่งสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความเผ็ด ความหวาน และความกลมกล่อม แกงเขียวหวานมีต้นกำเนิดจากภาคกลางของประเทศไทย และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ปัจจุบันเป็นอาหารยอดนิยมในร้านอาหารและครัวเรือนหลายแห่ง


การเตรียมแกงเขียวหวานเป็นการเฉลิมฉลองทางประสาทสัมผัสอย่างแท้จริง ส่วนผสมสดใหม่ เช่น ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด ให้ความสดชื่นและความลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของแกง การผสมผสานกับเนื้อไก่นุ่มๆ ผักกรอบ และข้าวหอมมะลิหอมกรุ่น ทำให้อาหารจานนี้มอบประสบการณ์รสชาติที่ไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าจะสำหรับมื้อค่ำสบายๆ ที่บ้าน หรือมื้อพิเศษ แกงเขียวหวานเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมเสมอ ซึ่งจะทำให้แขกของคุณประทับใจ

แน่นอนว่าจะอร่อยเป็นพิเศษด้วยพริกแกงเขียวหวานสดของเรา


Grünes Thai Curry

ส่วนผสมสำหรับแกงเขียวหวานไก่ 3–4 ที่

การเตรียมแกงเขียวหวานไทยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เพียงทำตามคำแนะนำการทำอาหารของเรา

อกไก่ 400 กรัม
กะทิ 400 มล.
น้ำ 200 มล.
พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนชา
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด 3 ใบ
น้ำตาลมะพร้าว (หรือน้ำตาลทรายแดง) 1 ช้อนโต๊ะ
พริกแดงไทย 1 เม็ด
มะเขือเปราะ 5 ลูก
มะเขือพวง 100 กรัม
โหระพาไทย 10 ใบ
กระชาย (ถ้ามี) 1/2 ชิ้น



Kokosmilch und Grüne Currypaste

การเตรียมแกงเขียวหวาน:

1. หั่นอกไก่หรือเต้าหู้เป็นชิ้นพอดีคำแล้วพักไว้ หั่นผักเป็นชิ้นเท่าๆ กัน หั่นกระชายเป็นเส้น มะเขือพวงสามารถปล่อยไว้ทั้งลูกได้

2. ใส่น้ำกะทิครึ่งหนึ่งลงในกระทะแล้วตั้งไฟจนกะทิปล่อยน้ำมันออกมา จะสังเกตได้ดีที่สุดเมื่อกะทิข้นขึ้นและมีฟิล์มน้ำมันก่อตัวที่ก้นกระทะ

3. ตอนนี้ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปและเคี่ยวกับกะทิอีก 1-2 นาทีจนมีกลิ่นหอม



Grünes Thai Curry Yak Thai


4. ใส่ไก่หรือเต้าหู้ลงในหม้อแล้วคลุกเคล้ากับพริกแกงให้เข้ากัน ผัดจนไก่หรือเต้าหู้มีสีน้ำตาลอ่อน

5. ใส่น้ำกะทิที่เหลือ (อีก 200 มล.) และผักที่หั่นไว้ลงในหม้อ คนให้เข้ากันแล้วนำไปต้ม

6. เติมน้ำตามต้องการเพื่อให้แกงมีน้ำเพิ่มขึ้น

7. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลทรายแดง เพิ่มมากน้อยตามชอบ เพื่อให้ได้รสชาติเค็มหวานที่สมดุลตามต้องการ

8. เคี่ยวแกงด้วยไฟอ่อนถึงปานกลางจนผักสุกแต่ยังกรอบ และเนื้อสัตว์หรือเต้าหู้สุกทั่ว

9. ตกแต่งแกงด้วยใบโหระพาสด ใบมะกรูดฉีก และพริก

คำแนะนำในการเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิร้อนๆ และเพลิดเพลิน

 

Grünes Thai Curry

คุณรู้หรือไม่...?

ที่มาของชื่อ: ชื่อ "แกงเขียวหวาน" มาจากสีของอาหาร ซึ่งเกิดจากการใช้พริกเขียว

ระดับความเผ็ดที่แตกต่างกัน: แกงเขียวหวานขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อน ซึ่งสามารถแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและรสนิยมส่วนบุคคล พริกแกงเขียวหวานมีพริกเขียวสดซึ่งทำให้แกงมีรสเผ็ดที่เป็นเอกลักษณ์

ความนิยมทั่วโลก: แกงเขียวหวานไทยได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเป็นอาหารยอดนิยมในหลายประเทศ มักจะเสิร์ฟในร้านอาหารไทยและเป็นที่ชื่นชอบของคนรักอาหารไทย

ประโยชน์ต่อสุขภาพ: สมุนไพรและเครื่องเทศที่อยู่ในพริกแกงเขียวหวาน เช่น ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด ไม่เพียงแต่มีกลิ่นหอมเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย พวกมันขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติต้านการอักเสบและช่วยย่อยอาหาร
ถ้าคุณชอบรสเผ็ดน้อยลง ลองดูสูตรแกงมัสมั่นของเราสิ!


Back to top