แกงเขียวหวานเนื้อ
แกงเขียวหวานเนื้อ เป็นหนึ่งในแกงกะทิยอดนิยมของไทย ด้วยเนื้อวัวนุ่ม ๆ มะเขือเปราะไทยหอม ๆ และโหระพาสด ๆ ทำให้ได้รสชาติที่เผ็ดร้อนแต่กลมกล่อม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับข้าวหอมมะลิ
หากไม่มีมะเขือเปราะไทย สามารถใช้มะเขือขนาดเล็กทั่วไปแทนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการผัดพริกแกงให้หอม เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์แบบ
ส่วนผสมสำหรับ 4 ท่าน แกงเขียวหวานเนื้อ
แกงไทยแบบคลาสสิกที่ทำง่าย แม้สำหรับผู้เริ่มต้น
เพียงทำตามขั้นตอนการทำอาหารของฉัน
| เนื้อสันนอก | 400 กรัม |
| พริกแกงเขียวหวาน | 2 ช้อนโต๊ะ |
| กะทิ | 600 มล. |
| มะเขือพวง | 100 กรัม |
| มะเขือเปราะไทยขนาดกลาง | 100 กรัม |
| ถั่วฝักยาว | 100 กรัม |
| น้ำตาลปี๊บ | 1 ช้อนชา |
| น้ำปลา | 2 ช้อนโต๊ะ |
| ใบโหระพา | 3–4 ก้าน |
| น้ำมันพืช | 2 ช้อนโต๊ะ |
วิธีทำ
- หั่นเนื้อสันนอกเป็นชิ้นพอดีคำ
- เด็ดและหั่นถั่วฝักยาวเป็นสองถึงสามส่วน
- ผัดเนื้อในกระทะหรือกระทะใหญ่ด้วยน้ำมันเล็กน้อย ใช้ไฟแรงจนเนื้อสุกตามต้องการ (ตั้งแต่สุกน้อยไปจนเกือบสุก)
- ตักเนื้อออกจากกระทะพักไว้
- ผัดพริกแกงเขียวหวานด้วยไฟกลางในกระทะเดิม หมั่นคนเป็นครั้งคราวจนมีกลิ่นหอม
- เติมกะทิครึ่งหนึ่งลงไป คนให้เข้ากัน
- ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำปลาลงไป เคี่ยวด้วยไฟกลาง
- หลังจากไม่กี่นาที ให้ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือพวงลงไป
- เคี่ยวประมาณ 10 นาที ระหว่างนั้นให้เด็ดใบโหระพา และผ่ามะเขือเปราะไทยลูกใหญ่เป็นสี่ส่วน แช่มะเขือในน้ำเย็นเพื่อไม่ให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- ใส่มะเขือเปราะและใบโหระพาประมาณหนึ่งในสี่ลงในแกง คนให้เข้ากัน
- เติมกะทิที่เหลือ หากจำเป็นให้เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้ผักจม
- เคี่ยวต่ออีก 5 นาที
- ใส่เนื้อที่เตรียมไว้ลงไป เคี่ยวต่อเพียงครู่เดียวเพื่อให้เนื้อร้อน แต่ไม่เหนียว
- ปิดไฟ ใส่ใบโหระพาที่เหลือลงไป และปล่อยทิ้งไว้สักครู่
- เสิร์ฟแกงเขียวหวานเนื้อที่ร้อน ๆ พร้อมกับข้าวหอมมะลิและเบียร์ไทยเย็น ๆ